[Review] Autumn in Kansai 2019 ใบไม้เปลี่ยนสีที่คันไซ Day 1

กิจกรรมวันนี้

  • ปราสาทวากายาม่า
  • ตลาดปลา Kuroshio Market ที่ Marina City (มีตลาดผลไม้อยู่ติดกันด้วย) และต้องไปดูโชว์แล่ปลาทูน่า
  • ไปเยี่ยมน้องแมว Yontama นายสถานีประจำสถานีรถไฟ Kishi

เช้าวันนี้เราลงไปเช็คเอาท์ประมาณ 06:15 และขึ้นรถ Shuttle Bus ไปสนามบินคันไซรอบ 06:30 คุณลุงคนขับรถชัทเทิลทั้งรอบคืนก่อนหน้า และคนนี้ก็คือน่ารักมาก เอาจริง ไปญี่ปุ่นรอบนี้เจอคนน่ารักทุกคนเลย

ถึงสนามบินตอนประมาณ 06:50 พบปะญาติมิตรกันเรียบร้อย เดินออกจากสนามบินคันไซ ข้ามไปสถานีรถไฟ JR ฝั่งตรงข้าม แลกรับบัตร JR จากที่ตู้ป้ายสีเขียวได้เลยนะคะ ไม่ต้องไปแลกกับพนักงานในห้อง Ticket Office แล้ว ใช้วิธีสแกน QR Code จากแอพ KLOOK ที่เราจองมา บัตร JR ก็จะปริ๊นท์ออกมาได้เลย

JR WIDE AREA PASS จะหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ สามารถใช้เสียบในช่องที่ประตูกั้นทางเข้าสถานีรถไฟได้เลย สังเกตง่ายๆ ก็คือบัตรจะถูกเจาะรูไว้หลังจากเสียบใช้ครั้งแรก ห้ามทำหายเด็ดขาดดดดด

จากนั้นก็ขึ้นรถไฟไปสถานี Wakayama กันเลยค่า เปลี่ยนรถหนึ่งครั้งที่สถานี Hineno ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 40 นาทีเท่านั้น

ที่ Wakayama เราจองโรงแรม Dormy Inn Premium Wakayama Natural Hot Spring ไว้นะคะ ห้อง Double Room คืนละประมาณ 2,800 บาท ส่วนเรานอนห้อง Single คืนละ 2,100 บาทค่ะ ราคานี้ไม่รวมอาหารเช้า และเราจะนอนที่นี่กัน 2 คืนค่ะ

เราเลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานี ตอนแรกจะจองอันที่อยู่ตรงสถานีรถไฟเลย แต่ราคามันแรงเกินไปมาก แบบ 3,500+ ก็เลยมาจบที่นี่ค่ะ ห่างจากสถานี 300 เมตร เดินประมาณ 5 นาที เราฝากกระเป๋าไว้ที่นี่ก่อนค่ะ ละก็ออกไปเดินเที่ยว โดยนั่งแท็กซี่จากหน้าโรงแรมไปปราสาทวากายาม่าค่ะ (บอกคนขับว่า วากะยะมะโจ) นั่งแท็กซี่มาเป็นเส้นตรงเลย ประมาณ 5-600 เยนเองค่ะ จำไม่ได้ และคุณลุงใจดีมากๆๆ เอาส้มมาให้พวกเราประมาณเกือบสิบลูก หยิบมาจากท้ายรถ ทำให้รู้ว่า อ๋อออ เมืองนี้เค้าดังเรื่องส้มนี่เอง มีส้มขายเต็มไปหมดเลยค่ะ

ตัวปราสาทจะอยู่บนพื้นที่สูง ต้องเดินขึ้นบันได หรือเดินขึ้นเนินไป แล้วแต่ว่าเราเริ่มจากฝั่งไหนของปราสาทค่ะ ด้านในปราสาทก็มีห้องจัดแสดงอุปกรณ์ อาวุธ ความรู้ ประวัติศาสตร์ต่างๆ ด้านนอกปราสาทมีสวนแบบญี่ปุ่น มีใบไม้เปลี่ยนสีให้เราพอถ่ายรูปชุ่มชื่นนิดหน่อย และมีสะพานโอฮาชิ (Ohashi Roka) ซึ่งเป็นสะพานสำหรับราชวงศ์เดินข้ามโซนของปราสาทสมัยก่อน(ถ้าเข้าใจไม่ผิด) เป็นสะพานที่ต่างระดับกันด้วยค่ะ เอียงๆ เค้าเปิดให้เราเดินด้านในด้วย เดินยากมากๆ

ด้านหลังของปราสาทจะมีสวนสัตว์ด้วยนะคะ เราเหมือนจะพอจำได้ว่าในสมัยก่อน เมืองอื่นๆ เค้าชอบให้ของขวัญ/บรรณาการเป็นสัตว์แปลกๆ ของแต่ละถิ่นกันน่ะค่ะ ทำให้ปราสาทหลักๆ มักจะมีโซนสวนสัตว์ด้วยเสมอ พวกปราสาทในยุโรปก็เช่นกันค่ะ แต่ของปราสาทวากายาม่านี่เราไม่แน่ใจนะคะว่ามีที่มาที่ไปยังไง แต่ก็มีสัตว์น่ารักๆ เยอะค่ะ มีน้องหมาพันธุ์ท้องถิ่นญี่ปุ่น เพนกวิน ฟลามิงโก้ ฯลฯ

เรียบร้อยจากปราสาทแล้วเราก็ตรงไปที่ตลาดปลา Kuroshio Market ค่ะ ซึ่งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า Marina City อีกที ตอนแรกเราบอกแท็กซี่ว่า Kuroshio Market เค้าไม่เข้าใจ แต่พอพูดว่า Marina City เค้าเข้าใจเลย จริงๆ นั่งรถบัสมาก็ได้นะคะ แต่จะประมาณครึ่งชั่วโมง ทีนี้เราตั้งใจว่าจะไปดูแล่ปลาทูน่า ซึ่งมีวันละ 3 รอบ คือ 11.00 12.30 15.00 เราคำนวณแล้วถ้านั่งแท็กซี่ไปก็จะทันรอบ 12:30 พอดีค่ะ

ด้านหน้า Kuroshio Market มีป้ายให้ถ่ายรูป และมีหุ่นปลาทูน่าตัวใหญ่มากๆๆๆ ถือเป็น Landmark ที่น่ารักดี

ด้านในตลาด เป็นตลาดปลาที่เรียกว่าเล็กเลยค่ะ แต่สะอาดเรียบร้อยมากๆ เลย โดนกันไปเรียบร้อยกับคานิมิโสะ(อร่อยมากๆๆๆๆๆ) หอยเชลย่างเนย ไข่หวานย่างหน้าปลาไหล รวมถึงโซบะ และข้าวปั้นหน้าต่างๆ อิ่มหนำสำราญ ราคาไม่แรงมาก และยังได้ซื้อกระเทียมกับสาหร่ายทอด (หรืออบแห้งไม่แน่ใจ) เอาไปเป็นของฝากด้วยค่ะ

ตอนโชว์แล่ปลาทูน่าคือคนมุงเยอะมากๆๆๆ คนจีนเยอะมากๆๆ ยกกล้องขึ้นมาบังหมด แอบหงุดหงิด ดูไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่

ด้านข้างของตลาดปลา เป็น Fruit Supermarket มีผลไม้ขายค่ะ มีส้มขายเยอะมากๆ หลายขนาด หลายสายพันธุ์ซึ่งก็ไม่รู้ว่าต่างกันยังไง ก็ random เอา ในตลาดผลไม้นี้ มีแต่พนักงานที่เป็นคนสูงวัยค่ะ แอบเหงาๆ ยังไงก็ไม่รู้ และนักท่องเที่ยวก็น้อยด้วยนะคะ ทั้งตลาดผลไม้ ทั้งตลาดปลาเลย และข้างๆ ตลาดก็มีสวนสนุกด้วยนะคะ วังเวงและเหงาเหมือนกัน มีกลุ่มสาวๆ ญี่ปุ่นกลุ่มเดียวเองที่เดินเล่นเครื่องเล่นด้านใน 😥

ด้านในสวนสนุก

เสร็จจากตลาดผลไม้ แผนที่วางไว้ก็คือ จะไปดูเจ้าแมวนายสถานีชื่อดังของเมือง Wakayama แต่ว่าๆ ไม่มีแท็กซี่เข้ามาในแถบ Marina City เลยค่ะ เลยลงเอยด้วยการนั่งรถเมล์ เสิร์ชเอาจาก Google Maps เลยว่าป้ายรถเมล์ขึ้นตรงไหน ราคาเท่าไหร่

การขึ้นรถเมล์สายนี้ เราจะขึ้นที่ประตูหลัง กดบัตรออกมาจากเสาตรงประตูหลังค่ะ ซึ่งเราจะได้หมายเลข 0 เพราะเป็นต้นสาย นั่งไปเรื่อยๆ จนถึงสถานีรถไฟ Wakayama ที่หน้าจอด้านหน้ารถเมล์จะขึ้นว่า คนที่ถือบัตรแต่ละเลขนั้นเสียค่ารถเมล์เท่าไหร่ ส่วนของเราจะอยู่ที่ 520 เยนพอดี

เมื่อถึงสถานีก็เดินหาป้าย Wakayama Electric นะคะ อยู่ในโซนๆ นั้นแหละค่ะ สถานีไม่ใหญ่ หาไม่ยาก 555 ละก็ซื้อตั๋วแบบ Round trip มาค่ะ เป็นแบบไปกลับอยู่ที่ 800 เยน ปัจจุบันนี้มีเจ้าเหมียว 2 ตัวที่คอยทำหน้าที่รับแขกค่ะ นิทามะ กับยงทามะ

วันนี้เป็นวันพุธ นิทามะไม่ทำงาน ส่วนเจ้าเหมียวยงทามะจะประจำการอยู่ที่สถานี Kishi ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายของ Wakayama Electric นี้เลยค่ะ เราจะใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงนะคะ นอกจากนี้เราสามารถเช็ครอบรถไฟได้จากเว็บไซต์ ของ Wakayama Electric ได้เลยค่ะ โดยเค้าจะมีรถไฟขบวนพิเศษอยู่ 4 ขบวน ถ้าเราอยากนั่งขบวนไหนแบบเจาะจงก็ต้องมาตามเวลาของเค้าค่ะ http://www.wakayama-dentetsu.co.jp/timetable/mobileE/202002/index.html

ที่มาที่ไปของการมีแมวเป็นนายสถานีของสายรถไฟฟ้า Wakayama Dentetsu นี้เนื่องจากมีผู้ใช้บริการน้อยและกำลังจะปิดตัวลง (เรื่องเกิดประมาณช่วง 2004) คน local ก็จะลำบากถ้ารถไฟสายนี้ปิดกิจการ ทางสายรถไฟก็เลยแต่งตั้งน้องแมวสามสีชื่อทามะที่นายสถานี Kishi รับเลี้ยงให้อาหารไว้อยู่ ขึ้นมาเป็นนายสถานีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว (2007) เลยทำให้สายรถไฟนี้กลับมามีผู้ใช้บริการอีกครั้ง

จากสถานี Wakayama ให้เราเดินตามป้ายไป Platform 9 นะคะ ต้องเดินลงบันได ลอดใต้รางรถไฟมาก่อนค่ะ เราจะเจอรูปการ์ตูนแมวเต็มไปหมดเลยค่ะ

สำหรับเราเราไม่ได้เช็ครอบมาก่อน แต่โชคดีมากเลย ขบวนขาไปได้ขึ้นรถไฟ Tama Densha หรือรถไฟทามะนั่นเองงงง ก็จะเป็นเจ้าทามะเต็มไปหมด

หน้าตาของคนดีใจได้เจอทามะเดนฉะ
หน้าตาของคนดีใจได้เจอทามะเดนฉะ
tamadensha
น่ารักจริงๆๆๆๆ ❤

พอเราไปถึงสถานี Kishi แล้ว น้องยงทามะก็จะนอนอยู่ในตู้แอร์ค่า เหมือนตู้คีบตุ๊กตาเลยแต่ไม่ใช่ >_< ตอนแรกน้องนอนค่ะ แต่พอเราเดินไปถ่ายรูปตรงนั้นตรงนี้กลับมา น้องก็ตื่นขึ้นมาบ้างอะไรบ้าง เพราะว่าใกล้จะได้เวลาเลิกงาน (4 โมง) ของน้องแล้วนั่นเอง

เดินออกไปอีกฝั่งของสถานีค่ะ จะเห็นว่าหลังคานั้นมีหูแมวอยู่ด้วยน้า เราต้องมีจินตนาการค่ะ มองให้เป็นรูปหน้าแมว 555

ตรงบริเวณสถานีจะมีร้านขายของฝาก และร้านกาแฟที่เป็นของสถานีเองค่ะ รวมถึงศาลเจ้าทามะเล็กๆ ใกล้ๆ ด้วย ก็เห็นมีคนไปแขวนป้ายขอพรกันอยู่นะคะ หรือถ้าใครจะเดินเล่นตรงถนนหน้าสถานีไปอีกหน่อย ก็จะเจอร้านขายของชำของคนท้องถิ่นค่ะ บ้านเราได้ส้มสดๆ จากสวนหลังบ้านคุณป้ามาอีกถุงนึง

ส่วนในร้านกาแฟก็มีเมนูง่ายๆ ค่ะ มีโฟลตกาแฟ มีโกโก้ ต่างๆ นานา

ใช้เวลาเต็มที่แล้วก็นั่งรถไฟกลับสถานี JR Wakayama ค่ะ ขากลับนี้ได้รถไฟขบวน Umeboshi รถไฟบ๊วยค่าา น่ารักดีนะคะ มีตู้โชว์อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่ทำมาจากต้นบ๊วยด้วย แต่เอาจริงๆ ก็เพลียๆ นั่งหลับๆ ตื่นๆ 5555 ระหว่างทางมีเจอรถไฟสตรอเบอร์รี่สวนทางมาด้วยแหละค่ะ น่ารัก~

Umeboshi Densha
ด้านในขบวน Umeboshi Densha
เจอขบวน Ichigo EC ระหว่างทาง
ละก็เจอ Omoden (ขบวนของเล่น) จอดอยู่ในโรงซ่อมด้วย สรุปทริปนี้ได้เห็นรถไฟขบวนพิเศษครบ 4 ขบวนเลยค่ะ

พอถึงสถานีแล้ว เราก็นั่งแท๊กซี่ไปร้านราเมนต้นหอมค่า Wakayama Ramen Marui สาขาหน้าปราสาท (เปิด 11:00-21:00)
87 Junibancho | Le Chateau Junibancho 1F, Wakayama 640-8158, Wakayama Prefecture
+81 73-425-6678

อันนี้อ่านรีวิวจากคนไทยซักคนเหมือนกัน ตอนแรกเลือกระหว่างร้านที่เป็นราเมนแชมป์เปี้ยนค่ะ แต่เห็นเค้าว่าออกเค็ม เลยมากินต้นหอมดีกว่า

ตัวเกีี๊ยวซ่าคืออร่อยมากๆๆๆ เลย บะหมี่ก็ดีนะคะ แต่ว่าก็จะเลี่ยนๆ นิดนึง ใครไม่ชอบต้นหอมให้หลีกเลี่ยงเลยค่ะ ฮ่าๆๆ อ้อที่ร้านมีเมนูภาษาอังกฤษให้นะคะ ถามเค้าได้เลยค่า แต่เราลืมถ่ายรูปมา

ส่วนใครอยากลองราเมนแชมเปี้ยน ไปตามรายละเอียดที่เราเคยหาข้อมูลมาได้นะคะ

Ide Shoten อยู่แถวสถานี Wakayama เป็นร้านราเมงที่เคยได้รางวัลจากรายการทีวีแชมป์เปี้ยนว่าเป็นราเมงที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น น้ำซุปรสออกเค็ม หมูชาชูอร่อย ราเมงร้านนี้สั่งง่ายมาก เพราะมีแค่แบบเดียว จะเพิ่มเส้น เพิ่มหมู ก็แล้วแต่ชอบ น้ำซุปรสชาติดีมาก ไม่เค็มจัด ใครใช้ Kansai Thru Pass เอาคูปองมาแลกไข่ต้มฟรีได้ด้วย

ส่วนขากลับจากร้านราเมน เราเดินเท้ากลับเอา ประมาณ 2 กิโลมั้งคะ เดินชมวิวดูเมืองไปเรื่อยๆ ค่ะ ได้เห็นวิวปราสาทวากายาม่าตอนกลางคืนด้วย

ถึงโรงแรมก็อันแพ็คเล็กน้อย อาบน้ำ สลบไปเลยค่า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s